ระทึกกลางดึก! รถพ่วงขนทุเรียน 40 ตัน พุ่งชนกระบะก่อนพลิกคว่ำ คนขับติดซากนาน 7 ชั่วโมง รอดชีวิตปาฏิหาริย์
27 เม.ย.69 เกิดเหตุการณ์สุดระทึกใจเกิดขึ้นบนเส้นทางสายหลักในพื้นที่จังหวัดนครพนม เมื่อรถบรรทุกพ่วงขนาดใหญ่ที่บรรทุก “ทุเรียน” หนักกว่า 40 ตัน เตรียมส่งออกข้ามประเทศ เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนท้ายรถยนต์กระบะอย่างรุนแรง ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง สภาพรถพังยับเยิน คนขับติดอยู่ภายในซากรถ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้ที่พบเห็น
ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ พร้อมทีมกู้ชีพจาก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม ได้เร่งเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากสภาพรถพ่วงที่พลิกคว่ำและโครงสร้างเหล็กบิดงออย่างหนัก ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องใช้เครื่องตัดถ่างและอุปกรณ์พิเศษเข้าดำเนินการ
⏱️ ปฏิบัติการช่วยชีวิตยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง
เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมงในการนำตัวคนขับออกจากซากรถได้สำเร็จ ท่ามกลางแรงกดดันและความเสี่ยงจากโครงสร้างที่อาจพังถล่มซ้ำ แต่สุดท้ายสามารถช่วยชีวิตไว้ได้อย่างหวุดหวิด ถือเป็น “ปาฏิหาริย์” ที่หลายคนโล่งใจ
ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยมีอาการบาดเจ็บหลายแห่ง แต่ยังมีสัญญาณชีพและตอบสนองได้ สร้างความหวังให้กับครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง
🍈 เส้นทางผลไม้สายสำคัญ เสี่ยงอุบัติเหตุซ้ำซาก
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถพ่วงคันดังกล่าวกำลังขนส่งทุเรียนจากภาคกลาง มุ่งหน้าสู่ด่านชายแดน เพื่อส่งออกผ่าน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม) ก่อนลำเลียงต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญในช่วงฤดูผลไม้
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนว่า เส้นทางนี้มีรถบรรทุกผลไม้จำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลทุเรียน ทำให้เกิดความแออัด และมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด
⚠️ ชาวบ้านวอนหน่วยงานรัฐ เข้มงวดตรวจสอบ
หลังเกิดเหตุ ชาวบ้านได้เรียกร้องไปยัง กรมการขนส่งทางบก ให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะขบวนรถขนผลไม้ที่มีน้ำหนักมาก และมักเดินทางไกลข้ามจังหวัด เช่น
ควบคุมความเร็วของรถบรรทุกในเส้นทางเสี่ยง
ตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งานอย่างเข้มงวด
คัดกรองความพร้อมของคนขับ ลดความเสี่ยงจากอาการอ่อนล้า
จัดระเบียบช่วงเวลาเดินรถ เพื่อลดความแออัด
นอกจากเหตุการณ์นี้ ยังมีรายงานว่า บนเส้นทางเดียวกัน เคยเกิดอุบัติเหตุรถพ่วงบรรทุกผลไม้พลิกคว่ำชนเสาไฟฟ้า ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย แม้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ยิ่งตอกย้ำถึงความอันตรายของเส้นทางดังกล่าว
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความเสี่ยงของการขนส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการความปลอดภัยทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
เพราะทุกวินาทีบนท้องถนน… อาจหมายถึง “ชีวิต” ของใครบางคน
และปาฏิหาริย์… อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งแบบนี้อีก 🚑






0 ความคิดเห็น