“มูลนิธิคนเห็นคน–ภาคประชาชนภูเก็ต” ยื่นหนังสือถึง สส.ภูเก็ต ขอทบทวนร่างแก้ไข พ.ร.บ. สสส. ยกเลิกเงินบำรุง 2%

 “มูลนิธิคนเห็นคน–ภาคประชาชนภูเก็ต” ยื่นหนังสือถึง สส.ภูเก็ต ขอทบทวนร่างแก้ไข พ.ร.บ. สสส. ยกเลิกเงินบำรุง 2% กระทบความต่อเนื่องงานสร้างเสริมสุขภาพ

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. จังหวัดภูเก็ต นางธัญลักษณ์ จริยะเลอพงษ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิคนเห็นคน พร้อมด้วยประชาชนและภาคีเครือข่ายในจังหวัดภูเก็ต เข้ายื่นหนังสือต่อ สส. อรทัย เกิดทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคกล้าธรรม เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนร่างแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก่อนเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินของกองทุนจาก **เงินบำรุงร้อยละ 2 ที่จัดเก็บเพิ่มจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ** ไปเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามข้อเสนอที่อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็น


หนังสือดังกล่าวสะท้อนข้อห่วงใยว่า เงินบำรุงร้อยละ 2 เป็นกลไกทางการเงินที่กฎหมายกำหนดให้จัดเก็บเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้สนับสนุนภารกิจด้านการสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ มิใช่การนำเงินภาษีเดิมที่เข้าสู่คลังแล้วมาแบ่งออก ดังนั้น การยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงดังกล่าวจึงไม่ได้หมายความว่าเงินส่วนนี้จะกลับเข้าสู่คลังหรือทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่ภารกิจด้านการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพของประชาชนยังคงต้องดำเนินต่อไป และจำเป็นต้องมีแหล่งงบประมาณรองรับอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง


สำหรับจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศและเผชิญความท้าทายด้านสุขภาวะและปัจจัยเสี่ยงในหลากหลายมิติ เครือข่ายภาคประชาชนเห็นว่า ความต่อเนื่องของระบบสนับสนุนงานสร้างเสริมสุขภาพมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเชื่อมโยงกับการทำงานของประชาชน ชุมชน เด็กและเยาวชน สถานศึกษา ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแหล่งเงินจึงควรพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติทางการคลังและผลกระทบต่อการดำเนินงานป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงในระดับพื้นที่


นางธัญลักษณ์และภาคีเครือข่ายเสนอให้ฝ่ายนิติบัญญัติเรียกร้องให้มีการ ศึกษา ประเมิน และเปิดเผยข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนการตัดสินใจ อย่างน้อย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 

1) ผลกระทบต่อรายได้และรายจ่ายของรัฐ 

2) ผลกระทบต่องานสร้างเสริมสุขภาพและเครือข่ายในพื้นที่ 

และ 3) ทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส การกำกับติดตามและตรวจสอบการบริหารกองทุน

โดยเห็นว่า หากมีข้อกังวลด้านการบริหารจัดการ ควรพิจารณายกระดับระบบกำกับและตรวจสอบให้เข้มแข็งขึ้น ก่อนตัดสินใจยกเลิกกลไกแหล่งเงินเดิม


ทั้งนี้ มูลนิธิคนเห็นคน พร้อมประชาชนและภาคีเครือข่ายจังหวัดภูเก็ต ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณายังไม่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแหล่งเงินของกองทุนในรูปแบบที่เสนอ จนกว่าจะมีการประเมินผลกระทบอย่างครบถ้วน รอบด้าน และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้การตัดสินใจเกี่ยวกับกลไกทางการเงินที่มีผลต่อระบบสร้างเสริมสุขภาพของประเทศ ตั้งอยู่บนข้อมูลเชิงประจักษ์ ข้อเท็จจริงทางการคลัง ผลกระทบต่อประชาชน และทางเลือกเชิงนโยบายที่ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ


“การรักษาวินัยการเงินการคลังเป็นเรื่องสำคัญ แต่การตัดสินใจด้านการคลังควรมองให้ครบทั้งรายได้ รายจ่าย ภาระในอนาคต ความคุ้มค่าของการลงทุนด้านการป้องกันและสร้างเสริมสุขภาพ ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชน”


การยื่นหนังสือครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเสียงจากประชาชนและคนทำงานในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ต้องการให้การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบสร้างเสริมสุขภาพไทยได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ บนฐานของข้อมูลและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เพื่อรักษาความต่อเนื่องของกลไกการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยง และให้การทำงานเพื่อ เด็ก เยาวชน ครอบครัว ชุมชน และประชาชน สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน


#มูลนิธิคนเห็นคน #สสส #ThaiHealth #สร้างเสริมสุขภาพ #สุขภาวะคนไทย #เงินบำรุง2เปอร์เซ็นต์ #เงินบำรุงร้อยละ2 #พลังประชาชน #เสียงประชาชน #ภาคประชาชน #ภาคีเครือข่าย #เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ #ป้องกันดีกว่ารักษา #ลดปัจจัยเสี่ยง #สุขภาพคนไทย #เด็กและเยาวชน #ครอบครัว #ชุมชน #ชุมชนเข้มแข็ง #ภูเก็ต #คนภูเก็ต #ข่าวภูเก็ต #ภูเก็ตวันนี้ #สสภูเก็ต #พลังภูเก็ต #นโยบายสาธารณะ #นโยบายสุขภาพ #กฎหมายสสส #พรบสสส #ทบทวนร่างกฎหมาย #รับฟังความคิดเห็น #วินัยการเงินการคลัง #งบประมาณเพื่อสุขภาพ #ลงทุนเพื่อสุขภาพ #สร้างอนาคตสุขภาพไทย #สุขภาพดีอย่างยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น