หลักฐานชัด! วธ.เปิดฟิล์มกระจกต้นฉบับหญิงกำแพงเพชร หลังถูกนำไปใช้บนเวทีมิสยูนิเวิร์สกัมพูชา

 หลักฐานชัด! วธ.เปิดฟิล์มกระจกต้นฉบับหญิงกำแพงเพชร หลังถูกนำไปใช้บนเวทีมิสยูนิเวิร์สกัมพูชา


เปิดหลักฐานโต้! กระทรวงวัฒนธรรมโชว์ “ฟิล์มต้นฉบับ” ภาพหญิงสาวเมืองกำแพงเพชร สมัย ร.5 ยืนยันภาพประวัติศาสตร์เป็นของไทย

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างกว้างขวาง หลังมีการนำภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของหญิงสาวชาวกำแพงเพชรในสมัยรัชกาลที่ 5 ไปปรากฏใน VTR บนเวที Miss Universe Cambodia 2026 พร้อมนำเสนอในบริบทเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและวัฒนธรรมของกัมพูชา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรมไทยออกมาเปิดหลักฐานสำคัญ โดยนำ ภาพฟิล์มกระจกต้นฉบับ ของภาพหญิงสาวเมืองกำแพงเพชรมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของภาพว่าเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานไทย

ข้อมูลจากกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพสตรีชาวกำแพงเพชร ถ่ายไว้ในปี พ.ศ. 2449 หรือในสมัยรัชกาลที่ 5 และมีการจัดเก็บในชุดเอกสารของหอพระสมุดวชิรญาณ ก่อนที่ชุดภาพฟิล์มกระจกดังกล่าวจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโกในปี 2560


อีกจุดที่กระทรวงวัฒนธรรมชี้ให้เห็น คือภาพต้นฉบับมี ตราลายน้ำของกรมศิลปากร แต่ภาพที่ปรากฏใน VTR ของเวทีประกวดถูกนำไปตัดส่วนดังกล่าวออก ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาและวิธีการนำภาพไปใช้

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า กระทรวงฯ ได้เรียกร้องให้ผู้จัดการประกวด Miss Universe Cambodia ยุติการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และให้ความสำคัญกับการอ้างอิงแหล่งที่มาของภาพประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง


ขณะเดียวกัน กระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมดำเนินการทางหนังสือทักท้วง และระบุว่าหากยังไม่มีการแก้ไขหรือยุติการเผยแพร่ อาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

หลักฐานสำคัญครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงภาพที่ปรากฏบนเวทีประกวด แต่มีการนำ ฟิล์มกระจกต้นฉบับ เอกสารการจัดเก็บ และข้อมูลการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก มาใช้ประกอบการยืนยันที่มาของภาพ


ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการติดตามและตรวจสอบแหล่งที่มาว่า ภาพถูกนำไปใช้โดยผู้จัดงานจากช่องทางใด แต่สำหรับฝ่ายไทย หน่วยงานด้านวัฒนธรรมยืนยันว่า ภาพหญิงสาวเมืองกำแพงเพชรดังกล่าวมีหลักฐานแหล่งที่มาชัดเจน และเป็นส่วนหนึ่งของมรดกเอกสารภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของประเทศไทย


เรื่องนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อถกเถียงบนโลกออนไลน์ แต่กลายเป็นกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมไทยนำเอกสารและฟิล์มต้นฉบับออกมาแสดงต่อสาธารณะ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น