ภูเก็ต : รมว.ทส.สุชาติ ลุยหาดนุ้ย ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต สั่งทวงคืนพื้นที่สาธารณะภายใน 1 สัปดาห์ ย้ำไม่มีใครมีสิทธิ์ปิดหาดเก็บเงินผ่านทาง
วันนี้ (14 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณหาดนุ้ย ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าปัญหาพื้นที่หาดสาธารณะ พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พลเรือตรี ประพันธ์ ศรีสุวิภา รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน ให้การต้อนรับ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนและผู้นำท้องถิ่น กรณีการปิดกั้นเส้นทางลงหาดและเรียกเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ซึ่งพื้นที่หาดนุ้ยมีคดีบุกรุกพื้นที่ป่าและที่สาธารณะมาตั้งแต่ปี 2561 โดยกรมป่าไม้ได้ดำเนินคดีจนคดีใกล้ถึงที่สุดแล้ว แต่ยังมีปัญหาติดขัดบางประการ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาจริงกับการทวงคืนพื้นที่สาธารณะและทรัพยากรธรรมชาติกลับคืนให้ประชาชน
นอกจากนั้นยังระบุว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนว่า หากผู้ใดไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ก็ให้ย้ายออก และนำคนที่พร้อมทำงานเข้ามาดำเนินการแทน โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้ามาแสวงหาประโยชน์บนพื้นที่ของรัฐอีกต่อไป ซึ่งพื้นที่หาดและป่าไม้เป็นสมบัติของส่วนรวม ไม่สามารถมีบุคคลใดปิดกั้นเส้นทางหรือเก็บค่าผ่านทางจากประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งกีดขวาง คืนสภาพธรรมชาติ และผลักดันให้พื้นที่ดังกล่าวประกาศเป็น “ป่านันทนาการ” เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างเป็นธรรม
.
นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป่าไม้ ส.ป.ก. และจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบพื้นที่ที่มีปัญหาการครอบครองโดยมิชอบ รวมถึงพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ หากพบว่าเป็นพื้นที่ป่าเดิมของรัฐ จะดำเนินการเพิกถอนและนำกลับคืนสู่การดูแลของกรมป่าไม้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า รัฐบาลจะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่สาธารณะและคืนธรรมชาติให้กับประชาชนทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มีข้อยกเว้นต่อผู้กระทำผิดทุกกรณี
นอกจากนี้ ยังย้ำว่า การทวงคืนพื้นที่ครั้งนี้จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรา 25 ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ พร้อมเตรียมเสนอเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตลงนามประกาศเพื่อเพิกถอนและยึดคืนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกกลับมาเป็นของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและสิ่งกีดขวางที่ปิดกั้นทางลงหาด เพื่อคืนสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการปล่อยให้บุคคลหรือกลุ่มใดนำพื้นที่สาธารณะไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอีกต่อไป พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ และพัฒนาเป็นพื้นที่นันทนาการของประชาชนในอนาคต
.
ภาพ/ข่าว : สํานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต






0 ความคิดเห็น