เน็ตไทยแซะเดือด! “บางวันเป็นพระ บางวันเป็นทหาร” ภาพสะท้อนกัมพูชา เมื่อพระถือปืน-คุมโดรน FPV นำทัพรบชายแดน
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ของไทย หลังผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากพากันวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อน ต่อภาพและข้อมูลที่ปรากฏจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริเวณ วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ และพื้นที่ใกล้ ปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวทางประวัติศาสตร์และความมั่นคงของทั้งสองประเทศ
กระแสวิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังมีการเผยแพร่ภาพและรายงานว่า บุคคลซึ่งในบางช่วงปรากฏกายในผ้าเหลือง แสดงตนเป็นพระสงฆ์ แต่ในอีกช่วงหนึ่งกลับสวมเครื่องแบบทหาร ถืออาวุธปืน พร้อมควบคุม โดรน FPV ที่ใช้ในภารกิจทางทหาร และถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้มีบทบาทในการนำกำลังทหารกัมพูชาเข้าปะทะกับทหารไทย
โลกโซเชียลไทยต่างพากันตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความชอบธรรม โดยมีการแซะอย่างรุนแรงว่า
“วันนี้เป็นพระ พรุ่งนี้เป็นทหาร”
“ผ้าเหลืองไม่ช่วยล้างคราบปืน”
และ “นี่หรือประเทศที่แยกศาสนาออกจากการทหาร?”
หลายความเห็นมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของกัมพูชา ทั้งในเรื่องบทบาทของศาสนากับรัฐ ความเป็นทหาร และการใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาเพื่อสร้างความชอบธรรมในความขัดแย้งทางอาวุธ ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า ข้อมูลบางส่วนอาจถูกขยายหรือบิดเบือนจากสงครามข่าวสาร (Information Warfare) ซึ่งมักเกิดขึ้นควบคู่กับการปะทะตามแนวชายแดน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ปะทะที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระและพื้นที่ใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร ยังคงตอกย้ำว่า ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชายังเป็นชนวนอ่อนไหวที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ และเมื่อศาสนา อาวุธ และเทคโนโลยีสงครามอย่างโดรน FPV ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้อง ภาพที่ออกมาจึงไม่เพียงกระทบต่อความมั่นคง แต่ยังสั่นคลอนศรัทธาและความรู้สึกของผู้คนในวงกว้าง
นี่คือสัญญาณเตือนว่า ความขัดแย้งชายแดนไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่ หากยังโยงใยไปถึงอัตลักษณ์ ความเชื่อ และการเมือง ที่ยังต้องการคำอธิบายและทางออกอย่างจริงจังมากกว่ากระแสดราม่าบนหน้าฟีด.




0 ความคิดเห็น