เสียงสะท้อนจากแนวหน้า! ทหารเขมรตัดพ้อ รบแทบตายแต่ไม่ได้รับการยกย่อง ฮีโร่กลับเป็นเชลย 18 นายที่ยกธงขาว
เสียงสะท้อนจากชายแดนเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทหารกัมพูชาที่ประจำการอยู่แนวหน้าหลายพื้นที่ แสดงความรู้สึกอัดอั้นและตั้งคำถามต่อการให้คุณค่า “ฮีโร่ของชาติ” หลังกรณีทหารกัมพูชา 18 นาย ยกธงขาวยอมจำนนและถูกควบคุมตัว ก่อนถูกส่งกลับประเทศ กลับได้รับการยกย่อง เชิดชู และพูดถึงในเชิงบวกจากฝ่ายการเมืองและสื่อบางส่วน
ในขณะที่ทหารอีกจำนวนไม่น้อย ยังคงประจำการอยู่ตามแนวชายแดน เผชิญความเสี่ยง ความตึงเครียด และความเป็นความตายทุกวัน กลับแทบไม่มีใครเอ่ยถึง ไม่มีคำยกย่อง ไม่มีพิธี ไม่มีเกียรติยศใด ๆ ทั้งที่พวกเขาคือคนที่ “ยังยืนอยู่ในสนามรบจริง”
คำถามที่ทหารแนวหน้าตั้งขึ้นมานั้นตรงไปตรงมา
“ถ้าคนที่ยอมแพ้ถูกเรียกว่าฮีโร่ แล้วคนที่ยังสู้ ยังยืนหยัดปกป้องแผ่นดินอยู่ชายแดนคืออะไร?”
ในมุมมองของทหารจำนวนมาก ความหมายของคำว่า “ฮีโร่” ไม่ควรถูกนิยามจากการรอดชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่ควรผูกโยงกับการเสียสละ ความกล้าหาญ และการยืนหยัดต่อหน้าภัยคุกคามเพื่อชาติ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
เสียงเรียกร้องจึงพุ่งเป้าไปยังผู้นำประเทศ โดยเฉพาะ สมเด็จฮุน เซน ให้ทบทวนการสื่อสารและการเชิดชูวีรบุรุษของชาติใหม่ ทหารแนวหน้ามองว่า หากจะเรียกใครว่า “ฮีโร่” อย่างแท้จริง
ควรให้เกียรติทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ จัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ
ควรยกย่องทหารที่ต่อสู้จนวินาทีสุดท้าย ไม่ยอมแพ้ต่อศัตรู
และควรดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเป็นรูปธรรม
การยกย่องเชลยศึกเพียงเพราะ “ได้กลับบ้าน” อาจสร้างบาดแผลทางความรู้สึกให้กับผู้ที่ยังยืนอยู่หน้าแนว และยิ่งซ้ำเติมขวัญกำลังใจของกองกำลังที่กำลังเผชิญสถานการณ์ตึงเครียด
ท้ายที่สุด คำถามสำคัญที่สังคมกัมพูชากำลังเผชิญคือ
ประเทศควรยกย่องใครเป็นฮีโร่กันแน่ — ผู้ที่ยกธงขาว หรือผู้ที่ยอมพลีชีพเพื่อแผ่นดิน?
คำตอบนั้น อาจไม่ใช่เรื่องของการเมือง แต่คือหัวใจของทหารที่ยังยืนหยัดอยู่ตรงแนวหน้า…และกำลังรอให้ชาติหันมามองเห็นพวกเขาอย่างแท้จริง.






0 ความคิดเห็น