แรงอัดระเบิดสะเทือนแม่สามแลบ
เร่งสำรวจความเสียหาย พม่าทิ้งระเบิดฐานกะเหรี่ยง แรงอัดระเบิดขนาด 500 ปอนด์ ข้ามฝั่งสะเทือน แม่สามแลบ บ้านเรือนชาวแม่สามแลบได้รับความเสียหาย 17 หลัง ส่วนราชการ รพ.สต.และโบสถ์คริสต์ ได้รับผลกระทบเสียหายเป็นวงกว้าง ส่วนราษฎรไทยยังคงหวาดผวาไม่กล้านอนบ้าน หนีไปนอนที่หมู่บ้านไกลจากแม่สามแลบ
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายธนวัฒน์ คงศิริ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับ นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ นายสุภาพ นุชนงคราญ กำนัน ต.แม่สามแลบ พ.ต. สุรินทร์ จุลตรีจรัสพร ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 3608 ร่วมกันสำรวจความเสียหาย จากการทิ้งระเบิดของกองทัพพม่าบริเวณตรงข้ามก็บ้านแม่สามแลบ ซึ่งบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบจากสะเก็ดระเบิดและแรงอัด สภาพความเสียหาย นอกจากกระจกหน้าต่างแตกแล้ว หลังคาถูกสะเก็ดระเบิด ยังมีอาคารร้าว ฝ้าเพดานพัง ประมาณ 17 หลัง และ ส่วนราชการ รพ.สต.แม่สามแลบ โบสถ์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อบต.แม่สามแลบ ได้รับความเสียหายบรรยากาศที่บริเวณท่าเรือแม่สามแลบ ร้านค้าริมน้ำสาละวิน ปิดเงียบเหงา เรือหยุดวิ่งชั่วคราว มีเพียงชาวบ้านในชุมชนที่อยู่กันประปรายเพื่อดูสถานการณ์
นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ ให้สัมภาษณ์ว่า การทิ้งระเบิด 2 ลูกของทหารพม่าทำให้บ้านเรือน สถานีอนามัย ศูนย์เด็กเล็ก มัสยิด วัด โบสถ์คริสต์ ของชาวแม่สามแลบได้รับความเสียหาย ซึ่งมีทั้งที่ถูกสะเก็ดระเบิดใส่บ้านและแรงงานสั่นสะเทือน พร้อมระบุ ว่ารัฐบาลไทยควรมีมาตรการออกมาเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนชายแดนที่ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวาจากสงคราม และได้รับผลกระทบจากการโจมตี เนื่องจากในปัจจุบัน ได้เกิดความไม่สงบขึ้นตามแนวชายแดน ประเทศเพื่อนบ้านเปิดปฏิบัติการโจมตีใกล้ชายแดนมากขึ้นทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนฝั่งไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยควรหาวิธีการทำอย่างไรที่ไม่ให้รัฐบาลพม่าเปิดปฏิบัติการตามแนวชายแดนที่ส่งผลกระทบต่อราษฎรไทยและส่วนราชการ เช่น ห้ามทิ้งระเบิดตามแนวชายแดนเพื่อให้ชุมชนทั้งสองฝั่งไม่รู้สึกใช้ชีวิตด้วยความกังวลด้วยความหวาดระแวงในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยรัฐบาลไทยควรเจรจากับรัฐบาลพม่าเพื่อหามาตราการร่วมกัน
ในส่วนของพื้นที่ปลอดภัย หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ทาง อบต.แม่สามแลบ ได้เตรียมไว้ ณ โรงเรียนบ้านห้วยกองก๊าด สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทย และ หากมีผู้อพยพจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทางฝ่ายความมั่นคงก็ได้เตรียมพื้นที่รองรับไว้ 3 จุด แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยในช่วงสภาวะวิกฤตจึงอยากเสนอให้มีการจัดสร้างหลุมหลบภัยไว้ในชุมชนเพื่อชาวบ้านจะได้วิ่งเข้าพื้นที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที
นายสุภาพ นุชนงคราญ กำนันตำบลแม่สามแลบ กล่าวว่า ได้มีการประชุมลูกบ้านย้ำเตือนให้ระมัดระวังและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช่น อย่าเปิดเพลงเสียงดัง เพื่อที่จะได้ยินการแจ้งเตือน หรือ ได้ยินเสียงเครื่องบิน เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนอยู่เป็นระยะว่าทหารพม่าจะเข้ามาโจมตีทหารกะเหรี่ยง(KNU) ซึ่งเมื่อวานก็เช่นกันได้มีการแจ้งเตือนมาว่าจะเกิดเหตุโจมตีริมแม่น้ำสาละวินแต่ไม่แน่ชัดว่าจุดไหน
ทางด้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองทัพกะเหรี่ยง KNU เปิดเผยว่าเมื่อ 31 สิงหาคม 2569 กองทัพบกเมียนมา โดย คณะกรรมการชายแดนพม่า-ไทย เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ได้ส่งจดหมายประท้วงต่อฝ่ายไทย เตือนอย่างเป็นทางการไปยังเจ้าหน้าที่ชายแดนไทยและพ่อค้า/นักธุรกิจไทย จดหมายดังกล่าวเตือนพ่อค้าไทยไม่ให้ติดต่อกับ KNU ไม่ให้ขนส่งสินค้าผ่านด่านซอเลท่า ที่ KNU ควบคุม และด่านซอเลท่า ของ KNU จะถูกโจมตีทางอากาศ
KNU ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการโจมตีทางอากาศโดย กองทัพอากาศพม่าเพื่อตัดเส้นทางขนส่งเสบียงและการค้าชายแดนของกองพลน้อย KNU กองพลน้อยที่ 5 ชาวบ้านและผู้สังเกตการณ์ทางทหารเชื่อว่าการโจมตีทางอากาศเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศและความปลอดภัยของพลเรือนไทยที่อาศัยอยู่ตามชายแดน เนื่องจากพวกเขาอยู่ใกล้ชายแดนมาก
---------------------------------------------
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน







0 ความคิดเห็น