ภาพถ่ายชาวไทยสยามในราชสำนักอุดง ถูกฝรั่งเศสหลอกถ่ายภาพแล้วเอามาเคลมว่าเป็นคนกัมพูชา เป็นชุดเขมรโบราณ เพื่อเอาไปหลอกชาวโลกให้เชื่อว่า เขมรละแวกที่ตนปกครองเป็นเจ้าของนครวัด แต่ถูกไทยแย่งชิงไป จะได้สร้างความชอบธรรมในการยกกองทัพ และเอาเรือปืนเข้าโจมตีในแผ่นดินไทย ทำร้ายกดขี่ข่มเหง เอาเปรียบไทยทุกอย่าง และสร้างความโดดเดียวทางการทูตให้สยามไม่มีพรรคพวกช่วยเหลือ จะได้กลืนกินแผ่นดินไทยได้อย่างสะดวก ในเวลานั้น กัมพูชาผลิตชุดโขน และชุดนางรำเองไม่ได้ ต้องให้คนจากราชสำนักไทยเข้าไปช่วยสร้าง ช่วยสอนให้ ต้องนำเอาวัตถุดิบในการผลิตไปจากสยามเท่านั้น
.................ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนโรดม บรมรามเทวาวตาร (พระองค์ราชาวดี / พรมบริรักษ์) ช่วงที่ประทับ ณ กรุงอุดงมีชัย (ก่อนย้ายราชธานีมายังกรุงพนมเปญ) เครื่องแต่งกายโขนและละครหลวง (พัสตราภรณ์ ศิราภรณ์ และหัวโขน) ถูกนำมาจาก 2 แหล่งหลัก ดังนี้ครับ:
1. นำมาจากกรุงเทพฯ (ราชสำนักรัตนโกสินทร์)
นี่คือแหล่งที่มาหลักของชุดและอุปกรณ์โขนละครในยุคนั้น เนื่องจาก:
การสั่งทำและนำเข้า: พระบาทสมเด็จพระนโรดมทรงเติบโต ประทับ และศึกษาเล่าเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อเสด็จกลับไปครองราชย์ที่กัมพูชา จึงทรงสั่งทำเครื่องแต่งกายโขนละคร ศิราภรณ์ (ชฎา มงกุฎ) หัวโขน และเครื่องประดับต่างๆ จาก กรมช่างหลวงในกรุงเทพฯ แล้วนำขนส่งไปยังกรุงอุดงมีชัย
วัตถุดิบคุณภาพสูง: ผ้ายกทอง ผ้ายกลายละเอียด ดิ้นเงิน ดิ้นทอง และเลื่อมประดับสำหรับใช้ปักชุดโขนละครในยุคนั้น กัมพูชายังไม่สามารถผลิตเองได้ตามมาตรฐานราชสำนัก จึงต้องสั่งซื้อและนำเข้าจากกรุงเทพฯ หรือสั่งผ่านเส้นทางการค้าของสยามเป็นหลัก
2. ผลิตขึ้นใหม่ในราชสำนักอุดง โดย "ช่างและครูละครชาวไทย"
นอกจากการนำเข้าชุดสำเร็จรูปแล้ว ยังมีการจัดตั้งกองทำเครื่องแต่งกายขึ้นในพระบรมมหาราชวังกรุงอุดงมีชัยเองด้วย โดย:
ครูช่างชาวไทย: รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานส่ง ครูละคร ช่างปักผ้า และช่างทำหัวโขนชาวไทย เดินทางไปยังกรุงอุดงมีชัย เพื่อช่วยจัดตั้งและฟื้นฟูคณะละครหลวงกัมพูชา
การถ่ายทอดเทคนิคให้นางในกัมพูชา: ช่างและครูละครชาวไทยได้เข้าไปถ่ายทอดวิชาการปักผ้าลายไทย (เช่น ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายกนก) การทำหัวโขนด้วยรักปิดทองประดับกระจก และการดูแลรักษาเครื่องต้น ให้แก่ ฝ่ายนางในและนางละครในราชสำนักกัมพูชา ร่วมกันตัดเย็บและปักชุดเพิ่มเติมภายในวัง
สรุป
ชุดโขนละครในราชสำนักอุดง ยุคพระองค์นโรดม เป็นชุดที่นำมาจากกรุงเทพฯ โดยตรงส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคือการสั่งวัตถุดิบจากสยามมาตัดเย็บ-ปักลายขึ้นใหม่ในวังอุดง โดยช่างหลวงและครูละครชาวไทยที่เสด็จไปช่วยจัดตั้ง ชุดโขนละครกัมพูชาในยุคนั้นจึงมีลักษณะ รูปร่าง และเทคนิคการปักถอดแบบมาจากราชสำนักรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 3–4) อย่างสมบูรณ์
.......................
- ช่วงที่เคยถูกเวียดนามบังคับแต่งกาย (ยุคอนัมสยามยุทธ์ พ.ศ. 2376 – 2388)
เหตุการณ์: ในรัชสมัย สมเด็จพระนางเจ้ามี (นักองค์เม็ญ) กัมพูชาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเวียดนาม (อนัม) อย่างสมบูรณ์ แม่ทัพเวียดนาม (เจืองมินห์ซาง) เข้าครอบงำการเมือง และพยายาม "กลืนชาติ/กลืนวัฒนธรรม" (Sinicization)
การแต่งกาย: เวียดนามสั่งบังคับให้ข้าราชบริพารและชาวกัมพูชาเปลี่ยนมาตัดผมยาว สวมเสื้อแขนยาวแบบเวียดนาม (ชุดอ่าวหย่าย/เสื้อผูกข้าง) และใส่กางเกงแบบจีน/เวียดนาม แทนการนุ่งผ้าจงกระเบนหรือผ้านกเป็ดแบบเดิม
- ยุคฟื้นฟูวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา (สมัยสมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี และพระบาทสมเด็จพระนโรดม)
การขับไล่อิทธิพลเวียดนาม (พ.ศ. 2384–2390): สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี (นักองค์ด้วง - พระราชบิดาของพระองค์นโรดม) ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพสยาม (สมัยรัชกาลที่ 3) เข้าทำการรบขับไล่กองทัพเวียดนามออกจากกัมพูชาได้สำเร็จ
กวาดล้างวัฒนธรรมเวียดนาม: เมื่อนักองค์ด้วงขึ้นครองราชย์ที่กรุงอุดงมีชัยในปี พ.ศ. 2391 ทรงสั่งให้เลิกการแต่งกายแบบเวียดนามทันที และ "ฟื้นฟูวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภาษา และการแต่งกายตามแบบแผนสยาม " กลับมาทั้งหมด เช่น กลับมานุ่งจงกระเบน ไว้ทรงผมอย่างสยาม (ทรงมหาดไทย/ทรงดอกกระทุ่ม)
สมัยพระองค์นโรดม (พ.ศ. 2403 เป็นต้นมา): เมื่อพระองค์นโรดมเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา ราชสำนักอุดงมีชัยในเวลานั้นได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมและรูปแบบเครื่องแต่งกายจาก ราชสำนักรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 4) อย่างแนบแน่น ทั้งเสื้อผ้าขุนนาง ราชพัสตราภรณ์ รวมถึง "ชุดโขนละคร" ก็ถอดแบบไปจากกรุงเทพฯ โดยสิ้นเชิง
........................
Details on the Royal Khon & Lakhon Costumes of the Oudong Court during the Reign of King Norodom (Norodom Prohmborirak)
During the reign of King Norodom Prohmborirak (King Norodom I / Ang Duong’s son), when the royal court was situated at Oudong (before moving the capital to Phnom Penh), the Cambodian royal dance troupe (Lakhon Luang) underwent a major revival. The production of royal attire, crown headwear (Shiraphorn), and masks (Khon masks) relied primarily on two main sources:
1. Direct Imports from Bangkok (Rattanakosin Court)
Custom Orders and Delivery: King Norodom spent his formative years residing and receiving his education in Bangkok. Upon ascending the throne in Cambodia, he commissioned royal regalia, crowns, tiaras, and Khon masks directly from the Royal Craftsmen Department (Krom Chang Luang) in Bangkok, which were then transported to Oudong.
High-Grade Materials: Metallic brocades, fine silk, silver and gold threads (Din Krap/Din Proong), and sequins required for embroidering royal costumes could not be produced locally in Cambodia to royal standards. These raw materials were sourced and imported from Bangkok or through Siam’s trade routes.
2. Local Production at Oudong Palace by Thai Master Craftsmen
In addition to finished imports, an in-house production unit was established within the Royal Palace at Oudong:
Royal Thai Artisans: King Rama IV of Siam dispatched Thai dance masters, embroidery artisans, and Khon maskmakers to Oudong to assist in establishing and structuring the Cambodian royal court troupe.
Knowledge Transfer to Palace Women: Thai master craftsmen taught classic Thai embroidery techniques (such as the Phum Khao Bin and Kanok motifs), lacquer-mask molding, gold-leaf gilding, and glass-inlay crafting to the women of the inner court (Nang Nai) and court dancers. Together, they embroidered and assembled additional performance costumes inside the palace.
Responsible Departments in the Oudong Court
Instead of modern government departments or private companies, the production was handled by traditional inner-palace divisions:
The Royal Attire & Crafts Division (Krom Chang Luang): Responsible for gilding, metalwork, crafting crowns/headgear (Chada/Mongkut), and mask molding for the monarch and royal dancers.
The Royal Dance & Inner Court Division (Krom Lakhon Luang): Composed of royal women and court dancers who managed costume maintenance, silk weaving, and intricate gold-thread embroidery.
Royal Patronage: High-ranking royal women (such as the Queen Mother or senior consorts) personally supervised the troupe and the craftsmanship of performance garments.
Summary
The Khon costumes of the Oudong court during King Norodom’s era were partly imported directly from Bangkok and partly crafted within Oudong Palace by Thai master artisans working alongside Cambodian court women using imported Siamese materials. Consequently, the royal performance attire, headpieces, and masks of Cambodia during this period were fully modeled after the artistic traditions of the Rattanakosin court (reigns of Rama III and Rama IV).
https://www.soundsofangkor.org/fran%C3%A7ais/danse-th%C3%A9%C3%A2tre/actrices-norodom-vf/
https://www.devata.org/






0 ความคิดเห็น