ถอดรหัสพฤติกรรม "ฉลามครีบดำอ่าวมาหยา" ตอกย้ำบ้านหลังใหญ่ที่สมบูรณ์และปลอดภัย

 ถอดรหัสพฤติกรรม "ฉลามครีบดำอ่าวมาหยา" ตอกย้ำบ้านหลังใหญ่ที่สมบูรณ์และปลอดภัย

 


การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลที่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมีฐานข้อมูลที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) จึงได้ดำเนินการลงพื้นที่ปฏิบัติงานสำรวจติดตามประชากรและพฤติกรรมของฉลามครีบดำ ภายใต้โครงการสำรวจจำนวนและพฤติกรรมตามธรรมชาติของฉลามครีบดำในอ่าวมาหยา (Shark Watch Project) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นภารกิจเชิงรุกในการเก็บรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนามเหล่านี้ไม่ใช่เพียงบันทึกการปฏิบัติงาน แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะนำชุดข้อมูลเชิงลึกไปวิเคราะห์เพื่อวางแผนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และกำหนดทิศทางการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ 

 


สำหรับการลงพื้นที่สำรวจในวันที่ 1 - 7 พฤษภาคม 2569 ผ่านการบินโดรนรวม 16 ครั้ง พบว่าช่วงเช้าตรู่เป็นช่วงที่พบฉลามมากที่สุด โดยมีประชากรฉลามในอ่าวนับได้สูงสุดถึง 140 ตัว ในช่วงเช้าของวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ซึ่งฉลามทั้งระยะวัยอ่อนและตัวเต็มวัยจะรวมกลุ่มกันว่ายเข้ามาใกล้ชายฝั่งเพื่อไล่ล่าเหยื่อในช่วงฟ้าสาง ซึ่งเป็นเวลาที่ปราศจากการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่วนช่วงเวลากลางวันฉลามจะย้ายไปว่ายวนบริเวณที่มีร่มเงาของอ่าว นอกจากนี้ การติดตั้งกล้องวิดีโอใต้ทะเล (BRUVS) ยังพบว่าฉลามวัยอ่อนมีการตอบสนองและจู่โจมเหยื่ออย่างรุนแรงในช่วงค่ำ โดยในเดือนนี้สามารถนับฉลามวัยอ่อนในเฟรมเดียวกันได้สูงสุดถึง 11 ตัว ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มประชากรฉลามวัยอ่อนในพื้นที่ศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3-4 เดือนก่อนหน้า สอดคล้องกับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลที่ยังคงมีความเหมาะสมต่อวงจรชีวิต 

 


ข้อมูลสถานภาพและพฤติกรรมของฉลามครีบดำที่พบ คือสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงสุขภาพและความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวมาหยาในปัจจุบัน การติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องมีเป้าหมายสูงสุดคือการรักษาความสมดุลของทรัพยากรทางทะเลให้คงอยู่ตลอดไป อย่างไรก็ตาม ความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ใต้ท้องน้ำจะยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และประชาชน ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการรบกวนระบบนิเวศและร่วมกันปกป้องมรดกทางธรรมชาติ ให้ฉลามครีบดำรวมถึงสัตว์ทะเลอื่นๆ ยังคงสามารถอาศัยและเติบโตในท้องทะเลไทยได้อย่างปลอดภัย พร้อมส่งต่อความภาคภูมิใจนี้ถึงคนรุ่นหลังต่อไป

 


ที่มา: ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) 

 

#ฉลามครีบดำ #อ่าวมาหยา # SharkWatchProject #อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี #กรมอุทยานแห่งชาติ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น