ภาคประชาชน จ.กระบี่ค้านโครงการแลนด์บริด ชุมพร–ระนอง ชี้บทเรียน “ถนนสายกระบี่–ขนอม” คือภาพสะท้อนความไม่คุ้มค่าในอดีต กลายเป็นที่ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์
ภาคประชาชน จ.กระบี่ ไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริด ชุมพร-ระนองได้รับบทเรียนมาจาก โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 44 หรือสาย "กระบี่ - ขนอม" ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในอดีตของแนวคิดการสร้างสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ ใช้งบประมาณกว่า 3500 ล้านบาท กลับไม่คุ้มค่า
โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 44 หรือสาย "กระบี่ - ขนอม" ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในอดีตของแนวคิดการสร้างสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ (Landbridge) เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างฝั่งทะเลอันดามัน จ.กระบี่ และอ่าวไทย อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร เกาะกลางถนนกว้างกว่า 200 เมตร ไว้สำหรับระบบราง ท่อส่งน้ำมันและก๊าซ มีจุดเริ่มต้นแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) บริเวณตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ตัดผ่านพื้นที่ จังหวัดกระบี่ อำเภออ่าวลึก และ อำเภอปลายพระยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี: อำเภอพระแสง, อำเภอชัยบุรี, อำเภอเวียงสระ, อำเภอบ้านนาสาร, อำเภอบ้านนาเดิม, อำเภอพุนพินจุดสิ้นสุด อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช แนวคิดหลัก พัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา การดำเนินการ: คณะรัฐมนตรียุค นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี มีมติให้ดำเนินการปี 2536 และเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี พ.ศ. 2542 แล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2546 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 3,500 ล้านบาท
นายมนัสทวุฒิ ชูแสง เครือข่าย คนรักษ์เขา จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) ในอดีต ได้ทิ้งบทเรียนสำคัญชิ้นหนึ่งไว้นั่นคือ เซาเทิร์นซีบอร์ดหรือถนนสายกระบี่-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 133 กิโลเมตร สร้างด้วยงบประมาณกว่า 3,500 ล้านบาท เปิดใช้เมื่อปี 2546 ด้วยวิสัยทัศน์ เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ลดระยะทางขนส่งสินค้าที่ต้องอ้อมช่องแคบมะละกา แต่ผลลัพธ์กลับเป็น เพียงถนนสัญจร ระหว่าง จังหวัดเส้นหนึ่ง ที่ทอดตรงตลอดสาย เกาะกลางถนนกว้าง 200 เมตรที่ออกแบบไว้สำหรับวางท่อน้ำมันและรางรถไฟ กลายเป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ปลูกผัก ปลูกกล้วย มะละกอ ปาล์มน้ำมันเลี้ยงสัตว์ด้วยงบประมาณ 3500 ล้านบาทในยุคนั้นถือว่า มหาศาล ถือว่าโครงการนี้ล้มเหลว
กรณีโครงการแลนด์บริดชุมพร-ระนอง เชื่อว่าไม่คุ้มทุนเนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีบริษัทเดินเรือ เสนอตัวเข้าร่วม รัฐบาลบอกว่าจะย่นระยะเวลาจาก 9 วันที่ผ่านช่องแคบมาระกามาให้เหลือประมาณสัก 3-4 วัน เป็นไปไม่ได้ จากข้อมูล ปัจจุบัน มีเรือผ่านช่องแคบมะละกา เฉลี่ยนะวันละ 74 ลำ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ประมาณ ลำละ 25,000 ตู้ หากมีเรือมาใช้บริการวันละละ 14 ลำ มีต้อคอนเทนเนอร์กว่า 1 แสนตู้ การยกขึ้นลง ลำละ 2-3 วัน ยกขึ้นรถบรรทุกลำเลียงมาอีกฝั่ง ต้องใช้เวลากว่า 10 วัน จึงจะเคลื่อนย้ายได้ทั่งหมด ซึ่งใช้ระยะเวลามากกว่า ผ่านช่องแคบมะละกา
#แลนด์บริด #LandBridge #ค้านแลนด์บริด #กระบี่ #ชุมพร #ระนอง #ถนนสาย44 #เซาเทิร์นซีบอร์ด #SouthernSeaboard #ข่าวกระบี่ #ข่าวภาคใต้ #คนรักษ์เขา #พัฒนาอย่างยั่งยืน #รักษ์ทะเล #รักษ์ชุมชน #เศรษฐกิจภาคใต้ #ช่องแคบมะละกา #ขนส่งทางทะเล #สะพานเศรษฐกิจภาคใต้ #ประชาชนมีเสียง




0 ความคิดเห็น