นักเรียนกัมพูชาสะเทือนโซเชียล ประกาศขอยอมขาดเรียน 6 เดือน ดีกว่าเรียนกับครูในประเทศ ย้ำ “ครูไทยเก่งกว่า” จุดกระแสดราม่าข้ามชาติ

นักเรียนกัมพูชาสะเทือนโซเชียล ประกาศขอยอมขาดเรียน 6 เดือน ดีกว่าเรียนกับครูในประเทศ ย้ำ “ครูไทยเก่งกว่า” จุดกระแสดราม่าข้ามชาติ

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังมีคลิปและข้อความจากกลุ่มนักเรียนชาวกัมพูชาบางส่วนเผยแพร่ออกมาในลักษณะประกาศจุดยืนว่า ยอมไม่ไปเรียนเป็นเวลานานถึง 6 เดือน ดีกว่าต้องเรียนกับครูในกัมพูชา พร้อมยืนยันอย่างชัดเจนว่า ครูไทยมีความรู้ ความสามารถ และคุณภาพการสอนที่ดีกว่า จึงต้องการกลับมาเรียนในประเทศไทย


ข้อความดังกล่าวถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว และกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหลายมิติ ทั้งเรื่องคุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการเรียนการสอน ไปจนถึงทัศนคติของเยาวชนต่อระบบการศึกษาของประเทศตนเอง โดยบางช่วงของคอมเมนต์และคำพูดที่ปรากฏในโซเชียล มีถ้อยคำรุนแรงและกระทบความรู้สึกของผู้คนจำนวนมาก อาทิ

“ยอมไม่ไปเรียนดีกว่า ถ้าต้องเรียนกับครูในกัมพูชา”

“ครูไทยเก่ง มีความรู้ อยากกลับมาเรียนที่ไทย”

ขณะเดียวกัน กระแสโต้กลับจากฝั่งชาวเน็ตไทยและกัมพูชาก็ทวีความร้อนแรงไม่แพ้กัน หลายความคิดเห็นมองว่าคำพูดของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวเป็นการดูถูกประเทศและครูของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงการปลูกฝังค่านิยมและคุณภาพของระบบการศึกษา โดยมีคอมเมนต์เชิงตำหนิปรากฏอย่างกว้างขวาง เช่น

“ประเทศตัวเองยังดูถูกประเทศตัวเอง แล้วจะให้ใครเคารพ”

“คำพูดแบบนี้สะท้อนทั้งคนสอนและคนเรียน”

ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีผู้แสดงความเห็นว่า เหตุการณ์นี้อาจสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการศึกษาในกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพครู หลักสูตร หรือทรัพยากรการเรียนรู้ที่ยังไม่ทั่วถึง จนทำให้เยาวชนบางส่วนรู้สึกสิ้นหวังและมองหาทางเลือกนอกประเทศ

ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกถกเถียงอย่างต่อเนื่อง โดยหลายฝ่ายเรียกร้องให้สังคมใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสในการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ แยกแยะระหว่างความรู้สึกส่วนบุคคลกับการเหมารวม และหันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจัง มากกว่าการโจมตีหรือสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นดราม่าในโลกออนไลน์ แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนคำถามใหญ่ที่ทั้งสังคมอาเซียนต้องร่วมกันคิด—ว่าเราจะยกระดับการศึกษา ครู และโอกาสของเยาวชนได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และไม่สร้างบาดแผลทางความรู้สึกที่ยากจะเยียวยาในอนาคต

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น